รายการท่องเที่ยว
เส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก C-TRIP TRAVEL SERVICE
นำเสนอและเลือกสรร โปรแกรมทัวร์คุณภาพหลากหลายประเทศ ให้ท่านได้พักผ่อนกับครอบครัว ในการต้อนรับจากทีมงานที่อบอุ่นและเป็นกันเอง กำหนดการเดินทางตลอดปี ไม่ว่าจะเป็น ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ วันหยุดสำคัญ รับประกันมีที่นั่งแน่นอน หรือท่านสามารถใช้บริการจัดสรรทัวร์คุณภาพในความต้องการเฉพาะ จากเราในกรณีที่ท่านมีผู้ร่วมเดินทางเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไป
| เส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก |
|
|
|
หลันโจว – ตุนหวง – ทูรูพาน – เจียยีว์กวาน – อูรูมูฉี – คุนหมิง เส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่มี “ไหม”
เป็นเส้นใยเชื่อมร้อยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความเชื่อ
และเป็นตัวเชื่อมโยงโลกตะวันออกสู่โลกตะวันตก ผ้าไหมเป็นสิ่งมีค่า
เป็นที่ต้องการของชนชั้นสูงในโลกตะวันตก
ด้วยเหตุนี้ใครๆก็อยากจะเข้ามาคบกับประเทศจีน ผู้ผลิตไหมเพียงหนึ่งเดียว
เพื่อหวังประโยชน์ทางการค้าและผ้าไหม เส้นทางสายไหม
เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์หลายชนชาติ ไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซีย มองโกล
เติร์ก เอเซียกลาง โรมัน ยุโรปตะวันออก อินเดีย
และที่สำคัญที่สุดคือประเทศจีน เพราะนครฉางอัน (ซีอาน)
เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายนี้
หลันโจว – ตุนหวง – ทูรูพาน – เจียยีว์กวาน – อูรูมูฉี – คุนหมิงซีทริป ทราเวล ยินดีนำเสนอโปรแกรม เส้นทางสายไหม เส้นทางค้าขายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่มี “ไหม” เป็นเส้นใยเชื่อมร้อยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความเชื่อ และเป็นตัวเชื่อมโยงโลกตะวันออกสู่โลกตะวันตก ผ้าไหมเป็นสิ่งมีค่า เป็นที่ต้องการของชนชั้นสูงในโลกตะวันตก ด้วยเหตุนี้ใครๆก็อยากจะเข้ามาคบกับประเทศจีน ผู้ผลิตไหมเพียงหนึ่งเดียว เพื่อหวังประโยชน์ทางการค้าและผ้าไหม เส้นทางสายไหม เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์หลายชนชาติ ไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซีย มองโกล เติร์ก เอเซียกลาง โรมัน ยุโรปตะวันออก อินเดีย และที่สำคัญที่สุดคือประเทศจีน เพราะนครฉางอัน (ซีอาน) เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายนี้ กองคาราวานเส้นทางสายไหมที่ดั้นด้นมาจากแดนไกล จากอาณาจักรโรมันมาประเทศจีน (ราว 7,000 ไมล์) จะต้องผ่าฟันกับความหนาวเหน็บบนเขาสูงชัน ฝ่าความแห้งแล้งของทะเลทรายกว้างใหญ่ร้อนระอุ ตลอดเส้นทางคือการต่อสู้กับธรรมชาติอันหฤโหด ดังนั้นพ่อค้าที่หากำไรจากผ้าไหมได้จะต้องไม่ไช่พ่อค้าธรรมดา แต่จะต้องเป็นนักผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน… กำหนดการเดินทาง 13 – 20 กรกฎาคม 2551 8 วัน 7 คืน วันที่ 13 กรกฎาคม 51 กรุงเทพฯ – คุนหมิง 17.35 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์ U 15 สายการบินไชน่าอีสเทริน แอร์ไลน์ (MU) โดยมีเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวก 19.25 น. เหิรฟ้าสู่คุนหมิงโดยสายการบินไชน่าอีสเทรินแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MU742 22.35 น. ถึงท่าอากาศยาน อูเจียป้า เมืองคุนหมิง เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณะรัฐบาลจีน มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 6 จากทั้งหมด 27 มณฑล มีประชากร 33 ล้านคน โดยเป็นชนกลุ่มน้อยถึง 24 เผ่า ครอบคลุมพื้นที่ถึง 15,561 ตารางกิโลเมตร อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 6,200 ฟุต คุนหมิงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จึงทำให้มีทัศนียภาพสวยงามมากมาย จนได้สมญานามว่า “นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ” และมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่กว่า 26 กลุ่ม และสิ่งที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวก็คือธรรมชาติและภูมิอากาศที่ไม้ร้อนหรือหนาวจนเกินไป หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก ENJOYING HOTEL หรือเทียบเท่า วันที่ 14 กรกฎาคม 51 คุนหมิง – วัดหยวนทง – หมู่บ้านวัฒนธรรม – หลันโจว เช้า บริการอาหารเช้า ณ ที่พัก หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ วัดหยวนทง ให้ท่านได้นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดที่ ใหญ่ที่สุดในนครคุนหมิง ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 1,200 ปี ตั้งอยู่ทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองคุนหมิง ให้ท่านชมสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณ มีโบสถ์ที่งดงาม สระน้ำใสสะอาด ท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพรอบๆ ภูเขาและ เมืองคุนหมิง นำท่านนมัสการพระพุทธรูปจำลอง ซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศไทย สมัยที่ พณ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้มีการอัญเชิญพระพุทธชิน ราชมาประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ ให้ท่านได้แวะชมโรงงานผลิตผ้าไหมอันลือชื่อของ จีน วิธีการนำเส้นไหมออกมาผลิตเป็นสินค้าทั้งใช้เครื่องจักร และแรงงานคน ชมการดึงใยไหมรังแฝด ( แปลก แต่จริง ) เพื่อมาทำไส้นวมผ้าห่มไหมซึ่งเหมาะกับการซื้อเป็นทั้งของฝากและใช้เอง เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเหมือนเมืองจำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในมณฑลยูนาน ไม่ว่าจะเป็น เผ่าไป๋ เผ่าหยี เผ่าโมซัว เผ่านาซีฯลฯ นอกจากนั้นยังมีการแสดงของชนเผ่าต่างๆ ด้านวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ อิสระท่านเพลิดเพินกับการแสดงของชนเผ่าต่าง และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองจากชนเผ่าต่าง ๆ เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบิน อูเจียป้า 21.00 น. เหิรฟ้าสู่เมือง หลันโจวโดยสารสายการบินไชน่าอีสเทรินแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MU 2406 00.10 น. เดินทางถึง หลันโจว เมืองเอกของมณฑลกานซู่ มณฑลทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นจุดผ่านของเส้นทาง สายไหม อันลือชื่อเป็นเมืองอุตสาหกรรมปิโตรเลี่ยมและเครื่องจักรกลหนักในสมัยโบราณเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของพวกซีหยงมีพื้นที่ 390,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 24 ล้านคนตอนบนมีเขตแดนติดต่อกับมองโกเลียใน และ มองโกเลียนอก จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก SAPPHIRE HOTEL หรือเทียบเท่า *** กรุณาจัดเสื้อผ้าและสัมภาระที่จำเป็นสำหรับค้าง 1 คืน ใส่กระเป๋าใบเล็ก (HANDBAG) เพื่อเดินทางไป เจียยวี่กวานและค้างคืนบนรถไฟส่วนกระเป๋าใบใหญ่ต้องใส่กุญแจล็อคเพราะจะฝากไปกับตู้สัมภาระรถไฟ วันที่ 15 กรกฎาคม 51 หลันโจว – เขื่อนลิ่วเจียเสีย – วัดปิ่งหลิงซื่อ – วัดเจดีย์ขาว – มารดาแม่น้ำเหลือง – เจียยวี่กวาน เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เขื่อนลิ่วเจียเสีย เขื่อนชลประทานที่ใหญ่ที่สุดของภาคตะวันตก สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1964-1974 เป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า ป้องกันน้ำท่วม จัดสรรน้ำเพื่อพื้นที่กสิกรรม ครอบคลุมบริเวณ 3 มณฑล คือ ชิงไห่ กานซู่ และส่านซี แล้วนำท่าน ล่องเรือแม่น้ำหวงเหอ (แม่น้ำเหลืองหรือแม่น้ำวิปโยค) ชมทิวทัศน์สวยงามสองฟากฝั่ง ชมวัดปิ่งหลิงซื่อ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเขื่อนหลิวเจียเสีย ชมพระพุทธรูปแกะสลักจากหิน 694 องค์ที่อยู่ในถ้ำผาริมแม่น้ำทั้งหมด 183 ถ้ำ สลักจากหินทรายเป็นผลงานปฏิมากรรมที่งดงามเป็นเลิศในช่วงศตวรรษที่ 5 เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านไปชม วัดไป๋ถ่าซาน หรือ วัดเจดีย์ขาว ที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำหวงเหอ เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่โดดเด่น องค์เจดีย์เดิมได้ถูกแผ่นดินไหวพังทลาย ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ ในสมัยราชวงศ์หมิง โดนสร้างเป็นฐานทรงกลมแปดเหลี่ยมด้วยอิฐสีน้ำตาล องค์เจดีย์มีลวดลายเล่นระดับ 7 ชั้น ทาสีภายนอกด้วยแป้งผสมขี้เถา จึงเรียกว่าเจดีย์ขาว ตั้งอยู่ประชิดบนฝั่งแม่น้ำหวงเหอทางตอนเหนือ นับเป็นจุดหมายตาหรือสัญลักษณ์แห่งเมืองอันโดเด่นยิ่ง วัดนี้ตั้งอยู่บนเขาไป๋ถ่าซาน สูงจากระดับน้ำพื้นประมาณ 300 เมตร จุดเด่นที่สุดคือ องค์เจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระลามะจากทิเบตรูปหนึ่งที่ได้รับการนิมนต์จากองค์เจงกีสข่าน เพื่อเทศน์สั่งสอนที่มองโกเลีย ในระหว่างการเดินทางกลับ พระลามะรูปนี้ได้อาพาธและมรณภาพลงที่เมืองหลานโจว องค์เจงกีสข่านจึงได้บัญชาให้สร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อรำลึกถึงท่านพร้อมชมทัศนียภาพรอบๆ เมือง หลันโจว จากนั้นนำท่านชมอนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง “หวงเหอหมู่ชิง” เปรียบเสมือนแม่น้ำหวงเหอ เป็นมารดาที่หล่อเลี้ยงมวลประชาชาวจีนหลายร้อยล้านคนที่ประดุจดังหนึ่งเป็นบุตรน้อยของนางมายาวนานกว่า 4,000 ปี แล้วนำชมกังหันวิดน้ำ “ สุ่ยเฌอ” ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหาร เปิดห้องพักให้ท่านทำธุระส่วนตัว และ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า *** จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟ *** 22.26 น. ออกเดินทางโดยรถไฟขบวนที่ T 657 นำท่านเดินทางสู่เมืองลิ่วหยวน ( ตุนหวง ) ** พักค้างคืนบนรถไฟตู้นอนปรับอากาศ VIP ** วันที่ 16 กรกฎาคม 51 ด่านเจียยวี่กวาน – เสียนปี้ฉางเฉิง – ตุนหวง เช้า เดินทางถึงเมืองเจียยวี่กวาน บริการเช้า ณ ภัตตาคาร หลังจากนั้นนำท่านเข้าชม ด่านเจียยวี่กวาน ที่สูงตระหง่านเป็นปราการที่แข็งแรงและสำคัญที่สุดในภาคตะวันตก ชมป้อมปราการที่ตั้งอยู่ที่ความสูง 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1372 สร้างเสร็จภายหลังสถาปนาราชวงศ์+หมิงชมลานจัตุรัสของป้อมปราการด้านในที่มีกำแพงรายล้อมส่วนบนของกำแพงสูง10 เมตร และ ยาว 640 เมตรเป็นที่ตั้งของหอระวังภัยซึ่งสร้างขึ้นในปลายราชวงศ์หมิงถึงต้นราชวงศ์ชิง ด้านหนึ่งทอดไปทางด้านตะวันตกเฉียงใต้สู่เทือกเขาฉีเหลียนซาน และอีกด้านหนึ่งทอดไปทางทิศเหนือสู่เทือกเขาเป่ยซาน ชมอนุสาวรีย์ด้านนอกของประตูตะวันตกสร้างขึ้นในราวปีที่ 14 ของจักรพรรดิ์เฉียนหลง มีคำจารึกว่า “ป้อมปราการที่แข็งแรงที่สุดในโลก” ชมกำแพงเมืองจีนด่านสุดท้าย “เสียนปี้ฉางเฉิง”ที่สร้างขึ้นตามยอดภูเขาสูงชัน เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารหลังอาหารเดินทางสู่ เมืองตุนหวงโอเอซีสบนเส้นทางสายไหม เป็นเมืองศูนย์กลางสำคัญบนเส้นทางสายไหม รวมทั้ง เป็นเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างอารยธรรมตะวันออก และ ตะวันตก เป็นทางผ่าน และ จุดแวะพักสำคัญของขบวนคาราวานการค้าแต่อดีตกาล และ มีบทบาทสำคัญยิ่ง ในฐานะเป็นเส้นทาง แห่งการเผยแพร่พุทธศาสนาเข้ามายังประเทศจีน โดยรถโค้ช ( ประมาณ 4.30 ชั่วโมง ) ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเข้าสู่ที่พัก GRAND SUN HOTEL หรือเทียบเท่า *** กรุณาจัดเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นใส่กระเป๋าใบเล็กสำหรับค้างคืนบนรถไฟ 1 คืน ส่วนกระเป๋าใบใหญ่ต้องใส่กุญแจล็อคเพราะจะฝากไปกับตู้สัมภาระรถไฟ วันที่ 17 กรกฎาคม 51 ตุนหวง – ทะเลทรายหมิงซาซาน – สระวงพระจันทร์ – มรดกโลกถ้ำโมเกาคู – รถไฟ – ทูรูฟาน เช้า บริการอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านสู่เนินทราย “ หมิงซาซาน ” เทือกเขาทะเลทรายที่มีความยาว 40 ก.ม.สูงประมาณ 250 เมตร ทรายมีสีสันต่างกัน 5 สี คือ สีแดง เหลือง เขียว ขาว ดำ เมื่อท่านขึ้นถึงยอดเนินเขาทราย ท่านสามารถไถลลื่นลงมาสู่เชิงเขาด้านล่างอย่างสนุกสนานหากโอกาสเหมาะท่านอาจได้ยินเสียงกลองรบเสียงม้าร้อง เสียงสู้รบและเสียงคนร้อง ตามตำนานเล่าว่าเคยมีกองทัพถูกพายุทรายพัดกระหน่ำและถูกฝังทั้งเป็นทั้งกองทัพอยู่ใต้ภูเขาทราย สานฝันขี่อูฐท่องทะเลทราย เดินตามกันเป็นทิวแถวไปตามสันทรายที่โค้งไปมา ภูเขาทรายดูเป็นประกายเมื่อต้องแสงอาทิตย์ ตัดกับฟ้าสวยสีครามใสที่ท่านจะประทับใจไม่รู้ลืมขี่อูฐเที่ยวทะเลทราย แล้วนำท่านไปชมสระน้ำวงพระจันทร์ บ่อน้ำผุดที่ไม่เคยเหือดแห้งแม้จะอยู่กลางทะเลทรายทั้งที่มีความลึกเฉลี่ยเพียง 6 เมตรเท่านั้น เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำชม ถ้ำโมเกาคู มรดกโลกที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลก “โมเกา” เป็นถ้ำที่มีคูหาใหญ่น้อยถึง 495 คูหามีภาพวาดสี บนผนังสวยงาม มีพระพุทธรูปแกะสลัก และองค์เจ้าแม่กวนอิม ในคูหาต้นๆเป็นผลงานการบุกของความเพียรพยายามของจิตรกรและช่างหลากยุคหลายสมัยตลอดช่วงประวัติศาสตร์ที่นับเนื่องยาวนาน ถ้ำโมเกา ในเมืองตุนหวงทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนนับว่า เป็นคลังศิลปะทางพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและได้รับการอนุรักษ์ดีที่สุดของโลกในปัจจุบัน ถ้ำโมเกาได้รับคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1987 คณะกรรมการมรดกโลกประเมินว่า ถ้ำโม่เกามีชื่อดังในโลก ด้วยรูปปั้นและภาพเขียนฝาผนัง แสดงถึงศิลปะทางพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องกันมาเป็น เวลาพันปี ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารหลังอาหาร **เปิดห้องพักให้ท่านทำธุระส่วนตัวและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า**จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟหลิวหยวน 20.06 น. ออกเดินทางโดยรถไฟขบวนที่ Y 501 นำท่านเดินทางสู่เมือง ทูรูฟาน ** พักค้างคืนบนรถไฟตู้นอนปรับอากาศ VIP ** วันที่ 18 กรกฎาคม 51 ทูรูพาน – เกาซาง – คานเอ๋อจิง – ซูกงก่า – สวนองุ่น – ภูเขาเปลวไฟ – ถ้ำพระพันองค์ – ชมโชว์ 05.41 น. เดินทางถึงเมืองทูรูพาน เมืองโอเอซีสบนเส้นทางสายไหม เป็นเมือง 3 ที่สุดในเขตซินเกียง(1. ต่ำที่สุดในจีน ต่ำจากระดับน้ำทะเล 154.43 เมตร 2. ร้อนและแห้งที่สุดในจีน อุณหภูมิเฉลี่ย 35 องศาเซลเซียส เคยร้อนสูงสุดถึง 49 องศาเซลเซียส 3. ลมแรงสุด จึงมีโรงงานไฟฟ้าพลังลมหลายแห่ง) บริการอาหารเช้าที่ภัตตาคารจากนั้นนำท่านไปชมซากเมืองโบราณเกาชาง ภาษาอุยกูร์เรียก DUHU CITY มีความหมายว่า เมืองกษัตริย์ สร้างโดยหน่วยทหารที่ถูก ส่งมาพัฒนาพื้นที่ในยุคอาณาจักรCHESHI ซึ่งขณะนั้นตรงกับสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (ประมาณ 100 ปีก่อนคริสตกาล) ที่นี่ถูกเรียกว่ากำแพงเกาชางหรือด่านเกชางในปลายราชวงศ์ฮั่นถึงราชวงศ์เว่ย และราชวงศ์จิ้น เมื่อส่วนกลางส่งทหารและเจ้าหน้าที่ปกครองจากเมืองหลวงเข้ามาดูแลพื้นที่คอยป้องกันการรุกรานของเผ่าเซียงหนูเมืองเกาชางสิ้นสุดและถูกทำลายยับเยินเพราะสงครามในปลายศตวรรษที่ 13 บนพื้นที่ 2 ตารางกิโลเมตรท่านจะได้เห็นซากเมืองเก่า กำแพงเมืองเก่า ที่ยังคงเหลือร่องรอยอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน นำท่านไปชม “คานเอ๋อจิ่ง” ระบบชลประทานใต้ดินของทูรูพาน ซึ่งมีการต่อท่อเพื่อนำน้ำที่ละลายจากน้ำแข็งบนภูเขาสูงลงมายังที่ราบแถบโอเอซีส โดยการขุดท่อใต้ดินเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำในฤดูร้อน 13.00 น. บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหาร นำชมเจดีย์ ซูกงถ่าและมัสยิดเอ๋อหมิ่น แล้วนำท่านไปชมสวนองุ่น “ผู่เถาโกว” เมืองทูรูพานเป็นเมืองผลไม้ที่ลือชื่อของมณฑลซินเกียง มีทั้งองุ่น ลูกท้อ แอพริคอด แตงฮามี โดยเฉพาะองุ่นเป็นผลไม้ที่ปลูกมากที่สุดส่งขายทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะองุ่นอบแห้งเป็นที่รู้จักดีใน ท้องตลาดมานานแล้ว ช่วงที่มีผลไม้มากที่สุดคือในระหว่าง เดือน ก.ค.–ส.ค. ในช่วงดังกล่าวจะมีงานเทศกาลองุ่นเป็นงานประจำปีจากนั้นนำท่านไปชม ฝอเยี่ยนซาน หรือ ภูเขาเปลวไฟ เป็นสถานที่ที่กล่าวถึงในนวนิยายไซอิ๋วตอนที่ซุนหงอคงไปยืมพัดกายสิทธิ์จากองค์หญิงพัดเหล็กมาดับไฟในภูเขาเปลวไฟเพื่อให้พระถังซำจั๋งได้เดินทางไปเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียต่อ ภูเขาเปลวไฟมีลักษณะเป็นเขาหินสีอิฐแดงทั้งลูก มองแต่ไกลจะเห็นเป็นสีเพลิงคล้ายไฟกำลังลุกไหม้ จากนั้นนำท่านไปชม เชียนฝอต้ง หรือ ถ้ำพระพันองค์ ซึ่งเป็นมรดกโลกของจีนโบราณที่มีชื่อในวงการศิลปกรรมโลก ประกอบด้วยถ้ำน้อยใหญ่กว่า 490 ถ้ำ เจาะตามผนังเขา มีภาพเขียนและรูปปั้นเกี่ยวกับพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก เฉพาะที่เขียนด้วยสีอย่างงดงามตระการตามีมากถึง 45,000 ตารางเมตร ชมรูปปั้น 2,000 องค์ ชมภาพบนกำแพงที่แกะสลักเป็นรูปหุ่น 500 กว่าตัวที่มีชื่อเสียงและได้รับการดูแลรักษาอย่างดีตลอดมา 20.00 น. บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพร้อมชม โชว์พื้นเมืองชนชาวซินเกียง ซึ่งแสดงถึงลีลาอันชดช้อยผนวกกับความงามบนพื้นพิภพที่หาดูได้ยาก สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก HUO ZHOU หรือเทียบเท่า วันที่ 19 กรกฎาคม 51 ทูรูพาน – เมืองจำลองต้าป่านเฉิน – โรงงานผลิตไฟฟ้า – อูรูมูฉี – ต้าปาจา เช้า บริการอาหารเช้าที่โรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่เมืองอูรูมูฉีโดยรถโค้ช (2 ชั่วโมง) และนำท่านชมเมือง จำลองต้าป่านเฉิน ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่มีเรื่องราวเล่าขานมานานถึงตำนานสาวงามที่เมื่อเวลาถูกตาต้องใจชายใดแล้วจะนำสมบัติทั้งหมดที่มีอยู่หนีไปกับผู้ชายที่ตนรักหลังจากนั้นผ่านโรงงานพลิตไฟฟ้าจากพลังลม ที่เมืองต้าป่านเฉิน เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองอูรูมูฉี ซึ่งเป็นเมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงตั้งอยู่แถบเทือกเขาเทียนซานที่ความสูง 900 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีประชากร 2.8 ล้านคน เป็นเขตปกครองตนเองที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มากที่สุด ประชากรทั้งมณฑลมีประมาณ 160 ล้านคน ชม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวซินเจียงที่มีพลเมืองกว่า 70 % นับถือศาสนาอิสลาม มีภาษาหนังสือท้องถิ่นเป็นของตนเองในอูรูมูฉีจึงมีป้ายบอกชื่อสถานที่ต่างๆ 2 ภาษา คือภาษาท้องถิ่น ( ภาษาเว่ยอู๋เอ่อร์ ) และภาษาจีนกลาง นำท่านเดินทางซื้อของพื้นเมืองที่ระลึก ทั้งมีดซินเกียง , พรมเปอร์เซีย ช้อปปิ้งตลาดต้าปาจาให้ท่านสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวซินเกียงในการค้าขายและดำรงชีวิตในแต่ละวัน สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่สนามบิน... 17.25 น. เหิรฟ้าสู่คุนหมิงโดยสายการบินไชน่าอีสเทรินแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MU5728 22.05 น. ถึงท่าอากาศยาน อูเจียป้า เมืองคุนหมิง เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน สมควรแก่เวลา นำท่านเข้าสู่ที่พัก ENJOYING HOTEL หรือเทียบเท่า วันที่ 20 กรกฎาคม 51 คุนหมิง – กำแพงเมืองโบราณจิ้นรื้อโหลว – ประตูม้าทองไก่หยก – กรุงเทพฯ เช้า บริการอาหารเช้า ณ ที่พัก หลังอาหาร จากนั้นนำท่านสู่ กำแพงเมืองโบราณจิ้นรื้อโหลว เป็นกำแพงเมืองของ ยูนานสร้างในสมัยราชวงศ์หมิง ปีค.ศ. 1381 ซึ่งปฐมกษัตริย์จูเหยินจางแห่งราชวงศ์หมิงนำทหารมาปราบอ๋องเหรียญ เมื่อในสมัยก่อนกำแพง เมืองจะสร้างด้วยดินและได้มาเปลี่ยนเป็นอิฐในภายหลัง ในสมัยก่อนจะเรียกเมืองต้าหนาน และมาเปลี่ยนชื่อ จิ้นรื้อโหลว ในสมัยราชวงศ์ชิง คังซีฮ๋องเต้ได้มาบูรณะใหม่ในค.ศ.1936 อีกครั้งหนี่ง ในปัจจุบันนี้เป็นที่จำลองการค้าในสมัยอดีต ณ ที่แห่งนี้ นำท่านชม เจดีย์ซีซื่อถ่า ตงซื่อถ่า สร้างในสมัยราชวงศ์ถัง ปีค.ศ. 2829 ใช้เวลาสร้าง 30 ปี ใช้เป็นหอเก็บคัมภีร์ และได้มีการบูรณะใหม่ในสมัยราชวงศ์ หมิง กับชิง ซึ่งเมื่อในอดีตสมัยที่แห่งนี้จะเป็นวัด คนสร้างเจดีย์แห่งนี้จะเป็นคนเดียวกับคนสร้างเจดีย์ต้าลี่ และให้ท่านได้อิสระช้อบปิ้งที่ถนนคนเดินตงซีซื่อถ่า ณ ที่แห่งนี้ได้ตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านชม ประตูม้าทองไก่หยก ซึ่งเป็นประตูศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของอาณาจักรยูนานโบราณ เชื่อว่าใครได้ลอดประตูแห่งนี้แล้วจะทำให้มีศิริมงคลเพิ่มขึ้นทวีคูณ เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารให้ท่านอิสระช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าของฝากได้ตามอัธยาศัย... ค่ำ บริการอาหารค่ำ ที่ภัตตาคาร หลังอาหารสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน 23.35 น. เหินฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MU 741 01.00 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ *** รายการและเที่ยวบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความจำเป็นและความเหมาะสมโดยจะยึดประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ *** |
| ถัดไป > |
|---|















หลันโจว – ตุนหวง – ทูรูพาน – เจียยีว์กวาน – อูรูมูฉี – คุนหมิง 






